Ratsada

ประเพณีลากพระ​

​     ประเพณีลากพระ จังหวัดตรัง งานประเพณี "ลากพระ งานชักพระ หรืองานแห่พระ" เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นภาคใต้ ที่พุทธศาสนิกชนอนุรักษ์และสืบทอดมายาวนานแล้ว โดยเฉพาะจังหวัดตรังนั้น ในปีหนึ่งๆ จะจัดขึ้นถึง ๒ ครั้งด้วยกัน โดยครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ ซึ่งจะเป็นการลากพระบก นิยมจัดกันตามชุมชนตรังนา หรือบริเวณท้องทุ่งกว้างๆ ใกล้วัด เช่น วัดพระงาม วัดควนขัน และวัดทุ่งหินผุด ในเขตอำเภอเมืองตรังทั้งนี้ จะมีการตกแต่งเรือพระให้สวยงามเพื่อประกวดกัน แล้วชักลากจากหมู่บ้านหรือวัด ที่เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน แล้วมาชุมนุมกันในท้องทุ่งในช่วงสาย หลังจากนั้นก็จะเข้าไปในวัดทำบุญกัน ส่วนช่วงบ่าย ชาวบ้านจะเล่นจับคู่วัดเพื่อแย่งพระกัน โดยวัดที่ชนะก็จะได้พระไป เมื่อถึงปีถัดไปก็จะจัดเรือพระนำมาชุมนุม และแย่งพระกันใหม่การชักพระเดือน ๕ หรือลากพระบกในปัจจุบัน ที่ยังคงมีปฏิบัติสืบทอดกันอยู่ในทุกๆ ปี คือ ชุมชนวัดควนขัน แต่ไม่มีวัดอื่นๆ มาเข้าร่วมแย่งพระกันเหมือนสมัยก่อน มีเพียงการตกแต่งเรือพระให้สวยงาม แล้วชาวบ้านพร้อมใจกันชักลากเรือพระเข้าวัดอย่างสนุกสนานเท่านั้น 

สำหรับประเพณีลากพระครั้งที่ ๒ ของจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นหลังวันออกพรรษา ๑ วัน หรือหลังวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งมีการเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนานว่า เนื่องจากวันนี้ จะเป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จกลับสู่มนุษย์โลกทางบันไดทิพย์ ดังนั้น พุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปมาแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์ จนสืบทอดมาเป็นประเพณีลากพระในท้องถิ่นทางภาคใต้สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับการลากพระ และไปเสียไม่ได้ก็คือ การทำต้ม หรือการนำข้าวเหนียวที่ผัดด้วยกะทิมาห่อด้วยใบพ้อ ซึ่งเป็นใบไม้ที่มีเฉพาะทางภาคใต้ จากนั้นจะทำเป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วนึ่งให้สุก เพื่อเอามาใส่บาตร นำมาผูกรวมเป็นพวง พวงละ ๓ - ๕ ลูก เพื่อเอามาไว้ใส่บาตร ใช้ประดับเรือพระ หรือเป็นอาหารระหว่างการละเล่นในประเพณีลากพระ จนเป็นที่มาของคำโบราณที่พูดติดปากว่า "เข้าหน้าตอก ออกหน้าต้ม" ซึ่งมีความหมายคือ ในเวลาเข้าพรรษาชาวพุทธจะถวายตอก ส่วนในเวลาออกพรรษา ชาวพุทธจะถวายต้ม 

ทั้งนี้ จะมีการอาราธนาพระพุทธรูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ หรือปางอุ้มบาตร ขึ้นมาประดิษฐานบนบุษบก หรือเรือพระ ที่แต่ละวัดก็จะหาช่างฝีมือที่มีความชำนาญ ช่วยกันตกแต่งให้สวยงาม เพื่อนำเข้าร่วมประกวดแข่งขัน นอกจากนั้น พุทธบริษัทในละแวกวัดที่จะช่วยกันทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ โดยบางวัดอาจใช้เวลาตกแต่งนานเป็นแรมเดือน และใช้งบประมาณนับหมื่นนับแสนบาทเลยทีเดียวปัจจุบันได้มีการดัดแปลงจากเรือ มาเป็นรถ หรือล้อเลื่อน เพื่อความสะดวกในการชักลากมาตามถนนหนทาง แล้วนิมนต์พระภิกษุในวัดนั้นๆ ขึ้นนั่งประจำเรือพระ จากนั้นก็จะมีการลากพระเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ชาวพุทธได้ออกมาร่วมกันทำบุญและถวายต้ม โดยจะมีพุทธศาสนิกชนและศิษย์วัดเดินตามมาด้วย พร้อมกับบรรเลงเครื่องดนตรีประโคมไปตลอดทาง มีทั้งทับโพน กลอง ฆ้อง โหม่ง ฉิ่ง และฉาบ